sharmtoptravel.com

ควมรู้ทั่วไป
  • Sample Page

ปฎิทิน

December 2011
M T W T F S S
« Oct   Jan »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

เรื่องล่าสุด

  • GClub Royal เราคือ Web ผู้ให้บริการคาสิโน
  • เราขอนำคุณสู่ความตื่นเต้นออนไลน์ไปกับ HTV999
  • 1SCasino
  • วิธีการเล่นหวยออนไลน์
  • Goldclub Slot
  • IBCBET SPORTBET
  • sbobet แทงบอลออนไลน์
  • Savanvegas999 (HTV999)
  • GENTING CROWN
  • Holiday Palace Casino Online

casino online

  • GClub
  • Holiday Palace
  • Ruby888

คลังเก็บ

  • February 2012 (8)
  • January 2012 (38)
  • December 2011 (7)
  • October 2011 (36)
  • September 2011 (5)

กำราบสิว ด้วยแสง

สิว

ปราบสิวที่กวนใจสาวทุกเพศทุกวัยอย่างทันตาเห็นด้วยเทคโนโลยี “แสง” ทั้งปลอดภัยและไม่เจ็บด้วยนะ

แสงกำจัดสิวได้อย่างไร

ผิวที่มีสิวนั้นมักจะเริ่มต้นด้วยการมีแบคทีเรีย P.Acnes ทำให้เกิดสิวบนใบหน้า หลัง หน้าอก และส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย หากปล่อยไว้ ก็อาจกลายเป็นแผลเป็นได้

การใช้แสงเพื่อรักษาสิวคือการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Selective Photo Clearing คือการใช้แสงที่ปลอดภัยและปราศจากรังสียูวีเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว นอกจากแสงสีฟ้าแล้วยังมีสีเหลือง ส้ม ม่วง ฯลฯ ที่มีคุณสมบัติคล้ายกัน แต่สีอาจต่างกันไปตามแต่ผู้ผลิตเครื่อง

เหมาะกับสิวประเภทไหน?

สามารถใช้รักษาสิวผด สิวอักเสบ ผื่นแพ้ ผื่นแดด ผื่นฝุ่น ผื่นเครื่องสำอาง ฯลฯ ใช้ได้กับสิวบนใบหน้า หลัง และหน้าอก

ขั้นตอนของทรีตเมนต์

ข้อดีอย่างแรกเลยคือ ปลอดภัยและไม่เจ็บ ขั้นแรกคือการล้างหน้าให้สะอาด ซับหน้าให้แห้ง จากนั้น จึงเป็นขั้นตอนของการฉายที่ใบหน้า 20-30 นาที คนไข้อาจรู้สึกอุ่น ๆ ไม่ร้อน ไม่เบิร์น หลังการทำทรีตเมนต์จะพบว่าสิวยุบตัวลง

 สิวอักเสบ อาจทำทรีตเมนต์บ่อยได้ถึงวันเว้นวันในสัปดาห์แรกทำ 3 ครั้ง แล้วลดจำนวนในสัปดาห์ต่อมา

 สิวผด แพทย์อาจจะให้ทายาแก้แพ้ก่อนแล้วค่อยฉายแสง โดยจะทำทรีตเมนต์สัปดาห์ละ 2 ครั้ง อย่างไรก็ดีผลที่ชัดเจนอาจเห็นได้หลัง 5 ทรีตเมนต์ขึ้นไป

ค่าใช้จ่าย : 800-1,000 บาท/ครั้ง

ข้อเสียและข้อจำกัด

ไม่สามารถช่วยในกรณีของสิวเสี้ยนได้ และหลีกเลี่ยงความเจ็บไม่พ้นหากคุณหมอต้องกดสิวเพื่อเอาหนองออกเสียก่อน และในกรณีที่เป็นมากอาจต้องใช้ยาทาหรือยารับประทานร่วมด้วย นอกจากนี้ อาจพบว่าผิวหน้าแห้งหลังจากทำทรีตเมนต์

bestnsb
31 December, 2011
Uncategorized
No Comments

ปาร์ตี้อย่างแฮปปี้ ไม่ต้องกลัวน้ำหนักขึ้น


ปาร์ตี้อย่างแฮปปี้ ไม่ต้องกลัวน้ำหนักขึ้น 

ปาร์ตี้อย่างแฮปปี้ ไม่ต้องกลัวน้ำหนักขึ้น  (Lisa)

          นี่เคล็ดไม่ลับเมื่อยามที่คุณไปปาร์ตี้ แล้วไม่อยากพบว่าคุณน้ำหนักขึ้นแบบเต็ม ๆ ในเช้าวันต่อมา กินอย่างไรจึงจะรักษาเอวให้เพรียวบางเอาไว้ได้ ไปดูกันหน่อยซิ

         อย่าไปงานเลี้ยงแบบท้องว่าง หรืออดอาหารทั้งวัน เพราะมันจะทำให้คุณอยากกินทุกอย่าง และทุกเมนูก็อร่อยไปหมดสำหรับคุณ คุณจึงควรรองท้องมาก่อนด้วยซุป อัลมอนด์ หรือแอปเปิ้ลสักผล และดื่มน้ำเปล่าก่อนจะไปปาร์ตี้

         ก่อนจะหยิบจานมาตักอาหาร ลองเดินสำรวจดูรอบ ๆ ก่อนว่ามีอะไรที่คุณอยากกินบ้าง

         ทุกครั้งที่ตักอาหาร พยายามให้สามในสี่ของจานเป็นผักหรือผลไม้

         ลองเลือกใช้จานที่มีขนาดเล็กลง รวมทั้งช้อนคันเล็กลงด้วย คุณก็จะได้แคลอรีน้อยลงจากปกติที่คุณมักตักอาหารใส่จานใหญ่ ๆ

         เลือกตักแต่ของหวานที่คุณอยากลองที่สุด เพียง 3-4 อย่างก็พอ

         ถ้าจะให้ดี คุณควรตักอาหารเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่หากยังไม่อิ่มคุณก็กลับไปตักใหม่ได้ โดยเลือกเมนูสุขภาพสักหน่อยนะ

         ที่สำคัญอย่าเผลอหยิบข้าวเกรียบหรือมันฝรั่งทอดเป็นของเรียกน้ำย่อยซะจนเพลินล่ะ
bestnsb
29 December, 2011
Uncategorized
No Comments

ทาปากอย่างไร ให้ฉ่ำเป็นธรรมชาติ

ทาปาก

เรียวปากสีสวย ดูฉ่ำเป็นธรรมชาติ เหมือนเพิ่งจิบไวน์ หรือดื่มน้ำหวานสีแดงสวยมา ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่าการทาปากแบบ wine-stained หรือแบบคราบไวน์ เหมือนกับริมฝีปากที่ย้อมติดสีระเรื่อของไวน์ที่ดื่มเข้าไป แต่หากพูดให้สาว ๆ เราเข้าใจง่าย ๆ และนึกภาพออก ก็คงเป็นการทาปากให้สวยน่ารักแบบสาว อั้ม พัชราภา นั่นเอง หากสาว ๆ คนไหนอยากจะทาปากให้สวยฉ่ำแบบเป็นธรรมชาติอย่างนี้บ้าง ไม่ยากเลยค่ะ ลองทำตามนี้ดูได้เลย

icon ขั้นตอนที่ 1

เริ่มต้นด้วยการเตรียมริมฝีปากให้พร้อม เพื่อให้ลิปสีสวย ๆ ติดทน ด้วยการทาลิปบาล์ม จากนั้นรอสักครู่เพื่อให้ริมฝีปากได้ซึมซับความชุ่มชื้น หรือจะใช้กระดาษทิชชู่ซับความมันส่วนเกินออกเบา ๆ ก็ได้ ริมฝีปากจะได้ไม่ดูมันเยิ้มเกินไปนั่นเอง

icon ขั้นตอนที่ 2

มาถึงขั้นตอนสำคัญที่จะเนรมิตรริมฝีปากฉ่ำ ๆ แบบเพิ่งจิบไวน์มา ด้วยการทาลิปสติกจากตรงกลางริมฝีปาก จากนั้นจึงค่อย ๆ ใช้ปลายนิ้วหรือพู่กันเกลี่ยออกไปจนเต็ม หรือจะทาลิปสติกเต็มริมฝีปากแล้วค่อย ๆ ใช้กระดาษทิชชู่ซับออกจนได้สีระเรื่อแบบที่ต้องการก็ได้ และสาว ๆ จะยิ่งดูดีมากขึ้นหากเลือกใช้ลิปสีที่เข้ากับโทนสีผิวและสีผม หลังจากขั้นตอนนี้ใครจะทาทับด้วยลิปกลอสเนื้อเชียร์เพื่อเพิ่มความแวววาวให้กับริมฝีปากก็ได้ค่ะ

ได้ริมฝีปากระเรื่อยสวยแบบเป็นธรรมชาติอย่างนี้แล้ว ปัดแก้มเบา ๆ แล้วแต่งตาแบบซอฟท์ ๆ หรือโทนนู้ด เท่านี้ก็สวยแล้วล่ะค่ะ

bestnsb
28 December, 2011
Uncategorized
No Comments

ใส่รองเท้าส้นสูงเดินถนน สุ่มเสี่ยงโรคข้อต่ออักเสบ


รองเท้าส้นสูง

ใส่รองเท้าส้นสูงเดินถนน สุ่มเสี่ยงโรคข้อต่ออักเสบ (ไทยโพสต์)

กล่าวได้ว่าผู้หญิงเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบแฟชั่นมาก และรองเท้าส้นสูงเป็นสิ่งที่ได้รับการพิจารณาแล้วว่าจำเป็นมากสำหรับพวกเธอ แต่ส้นรองเท้าที่สูงตระหง่านเหล่านั้นจะนำมาซึ่งความเสี่ยงของโรคข้อต่ออักเสบในภายหลัง และนี่ถือเป็นคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเท้า

โดยรองเท้าส้นสูงสามารถเปลี่ยนการทรงตัว และเพิ่มแรงดันให้กับเท้าของคุณ ซึ่งลักษณะดังกล่าวจะส่งผลต่อข้อเท้าและข้อต่อหัวเข่า ที่สำคัญยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมอีกด้วย โดยลักษณะที่กล่าวมาเหล่านี้เป็นสิ่งที่พบมากที่สุด มันทำให้เกิดอาการเจ็บปวดและความฝืดขึ้นในบริเวณข้อต่อ และอาการดังกล่าวนี้ส่งผลกระทบต่อชาวอังกฤษอย่างน้อยแปดล้านคน

หมอรักษาโรคเกี่ยวกับเท้าและเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเล็บ กล่าวว่า ปัญหานี้กำลังเพิ่มขึ้นและส่งผลกระทบรุนแรงต่อผู้หญิง จากการออกไปสำรวจผู้หญิง 2,000 คนในย่านของผู้หญิงพบว่า ผู้หญิงสวมรองเท้าส้นสูงทุกวัน หรือแทบทุกวัน

รองเท้าส้นสูง

ศาสตราจารย์แอนโทนี รีดมอนด์ นักวิจัยด้านสังคมวิทยาและหมอรักษาโรคเท้า ได้ให้คำแนะนำแก่ผู้หญิงว่า ควรเลือกรองเท้าที่มีปลายโค้งมน มีส้นสูงเพียง 1-3 เซนติเมตร และพื้นรองเท้าก็ต้องรองรับและดูดซับแรงกระแทกจากเท้าด้วย เพื่อป้องกันโรคข้อต่ออักเสบ

นอกจากนี้ สังคมโลกยังได้เตือนประเทศในสหราชอาณาจักรถึงเรื่องการใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานานด้วย เพราะอาจจะนำมาสู่ปัญหาโรคข้ออักเสบ ที่เรียกได้ว่าเป็นขั้นวิกฤติที่เกิดขึ้นจากการสวมรองเท้าส้นสูงได้ โดยปัจจุบันพบว่า มีคนกำลังประสบปัญหาโรคข้ออักเสบเพิ่มขึ้นมาก

bestnsb
26 December, 2011
Uncategorized
No Comments

โยคะงู เทรนด์การออกกำลังกายแบบใหม่

โยคะ

โยคะงู เทรนด์การออกกำลังกายแบบใหม่ (ไทยโพสต์)

การออกกำลังกายด้วยโยคะนั้นมีหลายแบบ แต่หลายคนคงยังไม่ทราบว่าหนึ่งในนั้นมีโยคะงู ซึ่งเป็นเทรนด์การออกกำลังกายแบบใหม่ ที่สร้างความหวาดเสียวให้กับผู้เล่นเป็นอย่างมาก แต่ท้ายที่สุดกลับนำผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงมาสู่คุณสาว ๆ อย่างมหาศาล

คะวารี คูมารา ครูผู้สอนโยคะงู กล่าวว่า ผู้เล่นต้องเผชิญหน้ากับความกลัว และพบกับความสุขแบบใหม่ที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ ผ่านการออกกำลังกายแบบใหม่ที่เรียกกันว่าโยคะงู เพราะพวกเราต้องเชื่อมต่อกับความกลัวระหว่างคนและงู และคุณเข้าใจได้ถูกต้องแล้ว เพราะนี่เป็นเรื่องจริงของการใช้ งูเหลือม และงูหลาม รวมทั้งงูข้าวโพด ซึ่งนอนขดเป็นวงกลมภายใต้ผ้าคลุม เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนโยคะงู และพวกมันก็กำลังคอยเวลาที่จะเข้ามาร่วมเรียนกับคุณ

พร้อมกันนี้ คะวารีกล่าวว่า คุณจะลืมโยคะที่ใช้พลังและโยคะต้นแบบไปได้เลย ถ้าหากคุณต้องการเป็นผู้นำของคนอื่น เพราะโยคะงูนี้เป็นแนวใหม่ล่าสุด และเป็นเรื่องที่ผิดปกติมากที่สุดก็ว่าได้ โดยเฉพาะห้องเรียนที่เปิดสอนอยู่ในเมือง หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า “คูมารา ศาสตร์แห่งการรักษาด้วยงู” เธอกล่าวว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของโยคะ “คูนดาลินี” หรือโยคะม้วน พูดง่าย ๆ ว่า โยคะคูนดาลินีนั้นเป็นศาสตร์หนึ่งที่ผสมผสานระหว่างส่วนต่าง ๆ  ของร่างกายกับระบบการหายใจ การตั้งจิตสมาธิ รวมถึงการสวดมนต์ภาวนาเข้าไว้ด้วยกัน

สำหรับวัตถุประสงค์ของการเรียนโยคะงูนั้น คือ การลงลึกไปสู่จิตวิญญาณ เพื่อเชื่อมต่อระหว่างจิตวิญญาณและธรรมชาติของโลกเข้าไว้ด้วยกัน โดยใช้ความเป็นมิตรและการบำบัดจากงู และต้องได้รับคำแนะนำจากเราเท่านั้น เพราะการเอาชนะธรรมชาติเรื่องของการไม่ชอบงูได้นั้น จะช่วยเปิดระบบจักระของคุณ เพื่ออนุญาตให้พลังงานไหลผ่านเข้าไปสู่ร่างกาย ซึ่งจะช่วยปรับปรุงพื้นที่ทุกส่วนในชีวิตของคุณให้ดีขึ้น และจะดีมากหากเรื่องนี้ไปได้ไกลในทุก ๆ ที่

หลักสูตรแรกมี 8 ขั้นตอนหลักของการทดลอง ที่สอดคล้องกับ 8 ระบบภายในร่างกายเพื่อหาจุดสำคัญทั้ง 8 ร่วมกัน โดยเริ่มจากโยคะการฝังเข็มจากภาคตะวันออก ซึ่งระบบจักระเป็นศูนย์รวมของพลังงานในร่างกาย โดยจะไหลผ่านเข้าไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายในลักษณะแนวตั้ง หรือพูดง่าย ๆ ว่าจากแนวของกระดูกสันหลังไปสู่กลางศีรษะนั่นเอง ส่วนความเชื่อในเรื่องของการที่พลังงานจะสามารถไหลเข้าไปสู่จุดทั้ง 8 ในร่างกายได้นั้น บางคนอาจเกิดการอุดตันได้ในบางจุด จนทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาได้ เช่น มันอาจจะทำให้เกิดความไม่สมบรูณ์ และเกิดความผิดพลาดจนไม่สามารถทำสิ่งที่ฝันได้สำเร็จก็เป็นได้

และความวิตกกังวลเหล่านี้สามารถทำให้ระบบจักระในร่างกายเกิดการอุดตันได้ สำหรับการเอาชนะความวิตกกังวลได้นั้น ก็จะช่วยให้พลังงานในชั้นต่าง ๆ ทำงานได้อย่างอิสระ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้งู ซึ่งเริ่มขั้นตอนแรกโดยการจับจุดของจักระ ที่ตั้งอยู่บริเวณโคนของกระดูกสันหลัง หลังจากนั้น คะวารีจะเทน้ำมันที่มีกลิ่นหอมลงบนหน้าผาก และพวกเราก็จะเริ่มทำการออกกำลังกายบริเวณอุ้งเชิงกราน

หลังจากนั้นก็ไล่ไปสู่หัวเข่า ลักษณะท่าทางนั้นคล้ายกับอีการ้อง และมีกิ่งไม้ติดที่บริเวณลิ้น ขณะเดียวกันผู้ฝึกเองต้องหายใจเข้าออกอย่างรวดเร็ว ประกอบด้วยอาการหอบและปั๊มลมหายใจเข้าไปสู่บริเวณท้องน้อย ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมันเป็นเรื่องยากนั่นเอง ดังนั้น งูจึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับท่าโยคะ “คูนดาลินี” เพราะวิธีนี้เชื่อว่าพลังงานจะเกิดจากการนั่งนิ่ง ๆ หรืออาจกล่าวได้ว่า การม้วนกระดูกสันหลังนั้นเป็นท่าเลียนแบบงูนั่นเอง และจุดสำคัญของโยคะประเภทนี้ จะช่วยผ่อนคลายและทำให้พลังในร่างกายไหลเวียนได้สะดวก เพราะความเครียดและกรรมพันธุ์เป็นสิ่งที่สร้างความวุ่นวายให้กับชีวิต หลังจากการฝึกโยคะงูแล้ว ก็จะมีการนั่งสมาธิไปพร้อมกับการฟังเพลง เพราะโยคะประเภทนี้ค่อนข้างรุนแรงและหนักหน่วง

พร้อมกันนี้ คะวารีก็ได้กล่าวว่า ความกังวลนั้นจะส่งผลต่อสุขภาพ โดยเฉพาะประชาชนประมาณ 7 ล้านคนในสหราชอาณาจักรที่ประสบปัญหาต่าง ๆ จากความกังวล และปัญหานี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ การเรียนโยคะงูนั้นก็เช่นกัน โดยเฉพาะเวลาที่พวกเรานั่งล้อมวง ครูสอนโยคะได้เตือนพวกเราว่า เมื่อไรที่เราลืมตา เขาก็จะนำงูพันคอและเดินไปรอบ ๆ วงล้อมที่พวกเรานั่งอยู่ แต่หลังจากที่ลืมตานักเรียนก็ได้เห็นงูทั้งหมด 11 ตัววางอยู่ในตะกร้า โดยมีงูเหลือม 3 ตัว งูหลามยักษ์ 4 ตัว และงูข้าวโพดตัวเล็กอีก 4 ตัว พวกเขาทำเสียงขู่เลียนแบบงูหลังจากที่งูถูกนำออกไป ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจขึ้น ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นว่า นักเรียนจะรู้สึกปลอดโปร่งเมื่อไม่มีงูอยู่ในบริเวณที่เรียนโยคะ ท้ายนี้ครูผู้สอนจึงได้กล่าวว่า ถ้าคนกลัวงูจะทำให้พวกเขากลัวจิตวิญญาณของตนเองด้วย เพราะงูจะเป็นตัวที่เชื่ยมโยงสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในจิตใจไปสู่มนุษย์นั่นเอง

bestnsb
24 December, 2011
Uncategorized
No Comments

เทคนิค “ขับลม

‘นอนกอดเข่า’ คลายกล้ามเนื้อ บางคนมีลมอัดแน่นอยู่ในช่องท้องจนอยากเรอ อยากผายลม และก็ยังมีอีกวิธีที่สามารถช่วงขับลมที่ไม่ต้องการออกจากช่องท้องได้ นั่นคือ การยืดเส้นยืดสายในท่า ‘นอนกอดเข่า’



ท่า นี้ทำได้ง่าย ๆ เพียงนอนราบ จากนั้นงอเข่าทั้งสองข้างขึ้นมาถึงยอดอก พร้อมทั้งใช้มือทั้งสองข้างกอดเข่าเอาไว้ แล้วหายใจเข้าและออก ก่อนยกศีรษะโน้มเข้าหาเข่า

จากนั้นตะแคงตัวไปด้านข้างขณะที่ยังนอนกอดเข่าอยู่ โดยตะแคงค้างนาน 10 วินาที แล้วเบี่ยงตัวกลับท่าเดิม และตะแคงตัวไปอีกข้าง

ท่านอนกอดเข่า นอกจากจะช่วยขับลมแล้ว ยังสามารถผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงตัวของคอและหลังด้วย

bestnsb
23 December, 2011
Uncategorized
No Comments

วิธีใช้คอนแทคเลนส์ที่ผิด

การศึกษาใหม่จากประเทศสหรัฐอเมริกา เผยข้อมูลที่น่าตกใจว่ามีผู้ใช้คอนแทคเลนส์เพียงร้อยละ 2 เท่านั้น ที่ใช้ได้อย่างถูกวิธีและถูกสุขลักษณะ ในขณะที่อีกกว่าร้อยละ 80 ใช้คอนแทคเลนส์แบบผิดๆ และคิดว่าตนเองใช้คอนแทคเลนส์อย่างถูกวิธีแล้ว

องค์กร NPR ของสหรัฐอเมริกา ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมการใช้คอนแทคเลนส์ของคนอเมริกัน ซึ่งได้เผยถึงนิสัยการใช้คอนแทคเลนส์ที่ผิดของคนส่วนใหญ่ เช่น การใส่คอนแทคเลนส์ระหว่างการว่ายน้ำ อาบน้ำ การนอนหลับ อีกทั้งยังใช้คอนแทคเลนส์เกินอายุการใช้งานโดยไม่รู้ตัว

คอนแทคเลนส์ที่นิยมกันส่วนใหญ่นั้น จะมีอายุการใช้งาน 2 สัปดาห์ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะใช้เป็นเวลา 3 สัปดาห์ ไปจนถึง 1 เดือน ทำให้สามารถเกิดอาการบาดเจ็บของดวงตาได้

จากการศึกษานี้ ยังพบว่าผู้ใช้คอนแทคเลนส์กว่าร้อยละ 72 มีอาการระคายเคืองจากการใช้คอนแทคเลนส์ ในขณะที่อีกร้อยละ 47 พบอาการติดเชื้อจากการใช้คอนแทคเลนส์

อีกหนึ่งพฤติกรรมแบบผิดๆ ของผู้ใช้คอนแทคเลนส์ คือการทำความสะอาดแบบไม่ถูกต้อง เช่น การไม่เปลี่ยนน้ำยาคอนแทคเลนส์สำหรับทำความสะอาด หรือการไม่เปลี่ยนกล่องใส่คอนแทคเลนส์เมื่อถึงเวลา

อาการบาดเจ็บและระคายเคืองที่เกิดขึ้นจากการใช้คอนแทคเลนส์อย่างไม่ถูกต้อง ขั้นเริ่มต้นจะมีอาการเยื่อตาอักเสบ ภาวะตาแดงจากการติดเชื้อแบคทีเรีย และถ้าไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง จะมีอาการขั้นร้ายแรงคือ Acanthamoeba การเกิดแผลในนัยน์ตาจากเชื้อ pseudomonas การเกิดหนองในดวงตา ไปจนถึงการติดเชื้อชนิด E. coli ซึ่งอาจนำไปสู่อาการตาบอดได้ ซึ่งการติดเชื้อโรคเหล่านี้อาจมาจากกิจกรรมทั่วไป เช่น การอาบน้ำ หรือการว่ายน้ำ ก็เป็นได้

นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำจากคณะจักษุแพทย์ของ The American Academy of Ophthalmology, Contact Lens Association, Cornea Society และ the American Society of Cataract ได้แบ่งปันวิธีการใช้คอนแทคเลนส์แบบถูกต้อง ได้แก่

1. หลีกเลี่ยงการให้คอนแทคเลนส์สัมผัสกับน้ำ ควรถอดคอนแทคเลนส์ก่อนประกอบกิจกรรมทางน้ำ
2. ควรใช้น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์อย่างถูกต้อง ไม่ควรใช้ของเหลวอื่นๆ ในการล้าง
3. เปลี่ยนคอนแทคเลนส์ให้ตรงตามกำหนดอายุการใช้งาน
4. ล้างคอนแทคเลนส์โดยถูคอนแทคเลนส์ด้วยนิ้วมือ และล้างอีกครั้งด้วยน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์
5. ห้ามล้างคอนแทคเลนส์ด้วยน้ำเปล่า และควรเลือกกล่องใส่คอนแทคเลนส์ที่มีรูระบายอากาศ
6. เปลี่ยนกล่องใส่คอนแทคเลนส์ทุกๆ 3 เดือน

bestnsb
22 December, 2011
Uncategorized
No Comments
  • Sample Page
designed by createwebsites.pl

Copyrights © 2011